 |
News
ชาญฯเปิดกว้างนักลงทุนเตรียมลุยพัฒนาที่ดินสุวรรณภูมิ
โดย ผู้จัดการรายสัปดาห์ 28 สิงหาคม 2549 11:52 น.
ชาญฯเตรียมลุยพัฒนาที่ดินรอบสุวรรณภูมิกว่า 1,300 ไร่ หลังสนามบินเปิดให้บริการและผังเมืองสุวรรณภูมิมีความชัดเจนมากกว่านี้
หลังตัดแบ่งขายให้คิงเพาเวอร์ ไป300ไร่ ที่นำไปพัฒนาเป็นโปโลคลับ สนามกอล์ฟและบ้านหรู ทำให้เหลือที่ดินไว้สำหรับการพัฒนาอีก 1,000 ไร่ เผยที่ดินตรงนี้มีศักยภาพอยู่แล้วถึงแม้จะไม่มีสนามบินสุวรรณภูมิก็ตาม เพราะใกล้แหล่งสถานศึกษา นิคมอุตสาหกรรม
สงกรานต์ อิสสระ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทมีที่ดินตั้งอยู่บริเวณใกล้ๆสนามบินสุวรรณภูมิราว 1,300 ไร่ และที่ผ่านมาได้ตัดขายให้กับคิง เพาเวอร์ 300 ไร่ ส่วนที่ดินที่เหลืออีกกว่า 1,000 ไร่ บริษัทมีแผนที่จะนำมาพัฒนาเอง รวมทั้งเปิดกว้างให้กับนักลงทุนทั่วไปเข้ามาลงทุน ปัจจุบันมีบริษัทพัฒนาที่ดินในตลาดหลักทรัพย์ 2 ราย อยู่ระหว่างเจรจาเพื่อขอซื้อ
ที่ดินแปลงนี้บริษัทอาจจะไม่พัฒนาเอง แต่จะนำมาจัดสรรขายให้กับนักลงทุนที่สนใจ เพราะบริษัทไม่มีความถนัดในการพัฒนาโครงการแนวราบ ขณะที่ที่ดินแปลงนี้เหมาะที่จะพัฒนาเป็นแนวราบมากกว่าแนวสูง โดยที่ดินรอบสุวรรณภูมิตอนนี้เหมือนเสือติดปีก มีนักลงทุนให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะนักลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมทั้งนิคมในชลบุรีและฉะเชิงเทรา เนื่องจากตั้งอยู่ใกล้กรุงเทพฯ การเดินทางสะดวก
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าระบบขนส่งจะยังไม่สมบูรณ์ แต่มั่นใจในอนาคตรัฐบาลจะโหมลงทุนระบบโครงข่ายคมนาคม เพื่อรองรับการเติบโตของสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งจะทำให้ประชานชนหรือนักลงทุนมีความมั่นใจที่จะเข้ามาอาศัยกันมากขึ้น
สำหรับราคาที่ดินรอบๆสนามบินฯนั้น ในอนาคตมองว่าอาจจะสูงขึ้นกว่าเดิม เพราะช่วงนี้ผู้ประกอบการด้านอสังหาฯได้ทยอยเข้ามาพัฒนาที่ดินมากขึ้น โดยเฉพาะบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ รวมถึงมีผู้ประกอบการรายย่อยที่เข้ามาลงทุนด้วย เพราะมองว่ากลุ่มคนทำงานทั้งพนักงานของภาครัฐและเอกชนที่เข้ามาทำงานในสนามบินต้องการที่อยู่อาศัยใกล้กับสถานที่ทำงาน ทำให้ความต้องการที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น เป็นผลให้ราคาที่ดินรอบๆที่มีราคาสูงอยู่แล้วอาจขยับตัวสูงขึ้นอีก 50-60% ต่อปี ในช่วง 1-2 ปี ข้างหน้า
อนึ่ง บริษัท IRD (International Resource Development) ในนาม บริษัทชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมทุนกับบริษัทญี่ปุ่นในการพัฒนาที่ดิน1,300ไร่ ในสัดส่วน60:40 คือ บริษัท IRD 60% และบริษัทต่างชาติ 40%
โดยในส่วนที่ดินที่แบ่งขายให้กับคิงเพาเวอร์ไป300ไร่นั้น ได้นำไปพัฒนาเป็น สนามโปโลคลับ สนามกอล์ฟ 9 หลุม และที่อยู่อาศัย 49 แปลง หรือ 98ไร่ โดยในจำนวน98ไร่นั้นยังไม่ได้พัฒนา แต่คาดว่าน่าจะทำเป็นบ้านพักส่วนตัวของผู้บริหารคิงเพาเวอร์และแบ่งขายให้กับคนใกล้ชิด
นอกจากนี้ มีแผนที่จะพัฒนาเป็นโรงแรมขนาด 40 ห้อง รวมทั้งสปอต คอมแพ็ค บนเนื้อที่ 40 ไร่ คาดว่าน่าจะพัฒนาได้ในเฟส 2 ของปีหน้า
ขณะที่รอบบริเวณสนามบินสุวรรณภูมิมีบริษัทพัฒนาที่ดินรายใหญ่ที่มีโครงการแล้วอย่าง แลนด์ แอนด์ เฮาส์ มีโครงการพัฒนาที่ดินขนาด 1,000 ไร่ และอีกโครงการเป็นของกฤษดานคร ที่อยู่ใกล้ๆบริเวณเดียวกัน
สงกรานต์ กล่าวต่อว่า ในปลายปีนี้เตรียมทุมงบการลงทุนกว่า500ล้านบาท ผุดโครงการคอนโดมิเนียมหรูย่านสุขุมวิทเกาะแนวรถไฟฟ้าบีทีเอส เพราะมองว่าตลาดคอนโดมิเนียมยังคงไปได้อีกมาก ซึ่งบริษัทจะยังคงเน้นกลุ่มเป้าหมายระดับกลางเป็นหลัก เป็นโครงการขนาดเล็กสูง 7 ชั้น จำนวน 80 ยูนิต บนเนื้อที่1 ไร่ ราคา 4-5 ล้านบาท หรือ ตารางเมตรละ 75,000-80,000 บาท เหตุผลที่ทำโครงการไม่ใหญ่มากนักเพราะ บริษัทเน้นการสร้างเสร็จเร็วเพราะหากทำโครงการขนาดใหญ่ปัญหาที่จะตามมาคือในเรื่องของงบประมาณในการก่อสร้างที่บานปลายและในแผนปีหน้าจะมีโครงการอีกประมาณ 1-2 โครงการและยังคงเน้นโครงการที่เกาะแนวรถไฟฟ้าเหมือนเดิม
ในส่วนของตึกร้างผมก็สนใจนะ แต่ไม่รู้ว่าตอนนี้มันติดขัดปัญหาตรงไหนอาจจะเป็นในส่วนของลูกหนี้ เจ้าหนี้ ที่เกี่ยวพันกันหลายรายที่ทำให้การแก้ปัญหาตึกร้างไม่เสร็จสักที เพราะหากไม่ติดขัดน่าจะมีนักลงทุนเข้าไปลงทุนแล้ว ส่วนสถานการณ์ต่างในตอนนี้ถ้าให้เลือกระหว่าง การเมืองกับน้ำมัน ส่วนตัวผมกลัวเรื่องราคาน้ำมันมากกว่า เพราะหากราคาน้ำมันยังคงขึ้นสูงไปเรื่อยๆอาจไม่เป็นผลดีต่อผู้บริโภคที่ต้องชะลอการตัดสินใจและผู้ประกอบการเองด้วย ส่วนการเมืองผมมองว่าเป็นวัฏจักรของการเมืองที่มีขึ้นมีลงนะ
ส่วนงบลงทุนในปีหน้านั้นบริษัทตั้งไว้ที่คือ ที่ภูเก็ตประมาณ 400-500 ล้านบาท ชะอำ ประมาณ 200-500ล้าน ส่วนโครงการคอนโดฯ ประมาณ 300-400 ล้านบาท
|