News
กรุงเทพโซนตะวันออกวิกฤต จัดสรรรอบสุวรรณภูมิปริ่มน้ำ
โดย ประชาชาติ วันที่ 02 ตุลาคม พ.ศ. 2549
เปิดพื้นที่เสี่ยงวิกฤตน้ำท่วมกรุงเทพฯ ชี้โซนตะวันออกใกล้สนามบินสุวรรณภูมิเสี่ยงสุด ทั้งเขตมีนบุรี-หนองจอก-คลองสามวา-ถนนพัฒนาการซอยเลขคู่-ศรีนครินทร์-เคหะร่มเกล้า-เขตประเวศแถบหมู่บ้านผาสุข-เมืองทองการ์เด้น-รามคำแหงซอย 50 ส่วนโซนตะวันตกริมเจ้าพระยา-เมืองนนท์ ลุ้นตัวโก่ง น้ำเหนือทะลักใกล้ล้นตลิ่ง
นางบรรณโศภิษฐ์ เมฆวิชัย รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ฝ่ายการโยธา เปิดเผยกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ถึงสถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพฯเขตพื้นที่ชั้นในใจกลางเศรษฐกิจว่า ยังไม่น่าเป็นห่วง เพราะมีการเตรียมความพร้อมรับมืออยู่แล้ว โดยมีทั้งพื้นที่แก้มลิง/ระบบคูคลอง และอุโมงค์รับน้ำอยู่แล้ว นอกจากนี้ กทม.ยังได้มีการตั้งศูนย์กู้ภัยน้ำท่วมทุกเขต จำนวน 80 กว่าศูนย์ และเฝ้าระวังตามสถานีสูบน้ำ เพิ่มเครื่องสูบน้ำ ตอนนี้มีอยู่ 1,600 เครื่อง รวมทั้งติดตามการพยากรณ์อากาศ ฝนตกและประสานกับกรมชลประทานอยู่ตลอดเวลาในเรื่องของการปล่อยน้ำท้ายเขื่อน
"ถ้าฝนตกไม่เกิน 60 มิลลิเมตร พื้นที่ชั้นในไม่น่าเป็นห่วง แต่ที่น่าเป็นห่วงตอนนี้คือพื้นที่โซนตะวันออก พื้นที่สีเขียวลายและสีเขียว ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิจะค่อนข้างเสี่ยง เพราะเป็นพื้นที่ลุ่มรับน้ำเดิมอยู่แล้ว" นางบรรณโศภิษฐ์กล่าว
โดยเฉพาะบริเวณที่เป็นหมู่บ้านจัดสรรที่สร้างมานาน ระบบระบายน้ำไม่มี เช่น ย่านถนนพัฒนาการซอยเลขคู่, ถนนศรีนครินทร์, เขตประเวศหมู่บ้านผาสุข, หมู่บ้านเมืองทองการ์เด้น, เขตลาดกระบังบริเวณเคหะร่มเกล้า, ซอยมิสทิน, ถนนราษฎร์พัฒนา, หนองจอก/มีนบุรี/คลอง สามวา, รามคำแหงซอย 50, หมู่บ้านสวนสน, ถนนลาดพร้าวช่วงปลายบริเวณบางกะปิ, เขตวังทองหลาง เนื่องจากการก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิไปขวางทางรับน้ำ เมื่อฝนตกหนักเกินปริมาณที่รับได้ จะทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันพื้นที่โดยรอบ
อย่างไรก็ตาม สนามบินสุวรรณภูมิไม่น่าจะมีปัญหาน้ำท่วม เพราะ กทม.มีการเตรียมพร้อมอยู่แล้ว โดยสำนักการระบายน้ำ ได้ทำประตูผันน้ำไปตามคลองพระองค์-คลองหลวงแพ่ง-คลองประเวศ ด้วยการทำประตูปิด-เปิดเร่งระบายน้ำลงคูคลอง มีทั้งหมด 5 ประตู วงเงิน 74 ล้านบาท นอกเหนือจากแนวคันกั้นน้ำที่มีอยู่แล้ว
"โซนตะวันตกไม่มีปัญหา แม้ว่าปริมาณน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาจะมากขึ้นเพราะริมแม่น้ำเจ้า พระยา เราได้สร้างแนวป้องกันไว้เรียบร้อยแล้ว หมายถึงรับได้ไม่เกิน 2,500 ลูกบาศก์เมตร/ วินาที" นางบรรณโศภิษฐ์กล่าว (รายละเอียดติดตามแผนป้องกันน้ำท่วมกรมชลประทาน น.6)
ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจโซนตะวันตก พบว่าระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณ ท่าน้ำนนท์ จ.นนทบุรี ยังคงมีปริมาณสูงและปริ่มตลิ่ง อยู่ตลอดเวลา และพร้อมที่จะเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในเขตตลาดและบริเวณรอบนอก โดยมีระดับน้ำสูงสุดอยู่ที่ 80 เซนติเมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ขณะที่กำแพงกั้นน้ำที่ถูกสร้าง ไว้ยังสามารถรับน้ำที่สูงขึ้นได้อีกประมาณ 40 ซ.ม.เท่านั้น แต่ได้มีการนำกระสอบทรายเข้ามาเสริม
ส่วนที่ "เกาะเกร็ด" แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของ จ.นนทบุรี พบว่าน้ำได้ล้นทะลักเข้าท่วมพื้นที่บนเกาะแล้ว การสัญจรค่อนข้างลำบาก อย่างไรก็ตามสภาพดังกล่าวเกิดขึ้นเป็นบางจุดและเฉพาะเวลาที่น้ำทะเลหนุนเข้ามาในแม่น้ำเจ้าพระยาในช่วงเที่ยงวันและช่วงค่ำเท่านั้น แต่ยังไม่วิกฤตเหมือน น้ำท่วมปี 2538 ที่กระทบตอนนี้ก็คือจำนวนนักท่องเที่ยวหายไปกว่าครึ่ง จากที่มี พันกว่าคนในช่วงเสาร์-อาทิตย์ ส่งผลให้รายได้หายไปกว่า 70-80%
สำหรับพื้นที่ชุมชนหมู่บ้านจัดสรรที่อยู่ติดแม่น้ำพระยาในพื้นที่ จ.นนทบุรี หลายแห่ง ได้มีการ เตรียมพร้อมรับมือโดยนำกระสอบทรายมาวางกั้นเป็นกำแพงและนำเครื่องสูบน้ำมาประจำการตามจุดต่างๆ เรียบร้อยแล้ว เช่นที่ ต.ไทรม้า อ.เมืองนนทบุรี ซึ่งเป็นที่ตั้งของโครงการบ้านจัดสรรหลายพันหลังคาเรือน อาทิ โครงการ มณีรินทร์, มณียา, หมู่บ้านซื่อตรง, โครงการพร็อพเพอร์ตี้เพอร์เฟค
ทางเทศบาลตำบลไทรม้าได้ตั้งศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมรวมกว่า 6 จุด มาตั้งแต่วันที่ 20 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งทางนายกเทศมนตรียืนยันว่า สภาพน้ำท่วม ณ ปัจจุบันยังไม่ถึงขั้นวิกฤตและได้แจ้งไปทางเจ้าของโครงการบ้านจัดสรรต่างๆ ให้สามารถสูบน้ำลงคลองได้ทันที หากเกิดภาวะน้ำท่วมฉับพลัน โดยทางเทศบาลจะได้ใช้เครื่องสูบน้ำปล่อยกลับลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาอีกที
|