header-About08

สาสน์จากนายกสมาคมสถาปนิกผังเมืองไทย

ผมขอขอบคุณสมาชิกของสมาคมสถาปนิกผังเมืองไทยทุกท่านที่ได้เลือกผมเข้ามาเป็นนายกสมาคมฯ ตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีที่แล้ว  ผมและคณะกรรมการและที่ปรึกษาสมาคมฯ ได้ปฏิบัติงานเพื่อสมาคมฯ และสมาชิกทุกท่านมาเป็นเวลา ปีเต็ม  และจะปฏิบัติหน้าที่นี้อีก ปีก็จะครบวาระตามข้อบังคับของสมาคมฯ  สำหรับรายงานผลงานประจำปีของคณะกรรมการและที่ปรึกษาในชุดปัจจุบันนั้น  ก่อนอื่นผมขอถือโอกาสนี้ขอบคุณท่านอดีตนายกฯ ภราเดช พยัฆวิเชียร  คณะกรรมการและที่ปรึกษาสมาคมฯ ทุกท่านในชุดที่แล้ว  ที่ได้ทุ่มเทเวลาและความสามารถ  ทำงานให้แก่สมาคมฯ อย่างเต็มที่ตลอดวาระ  2  ปี  โดยเฉพาะการริเริ่มจัดงานนิทรรศการและสัมมนาประจำปี  เรียกชื่อว่า  TUDA 2015  ภายใต้หัวเรื่อง เจ้าพระยา  คลอง  เมือง”  ที่ลานแฟชั่นฮอลล์ ชั้น  1  ศูนย์การค้าสยามพารากอน

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงพระกรุณาเสด็จมาทอดพระเนตรงานนิทรรศการ  TUDA 2015 และได้ทรงโปรดเกล้าให้ฉายภาพพระองค์กับคณะกรรมการและที่ปรึกษาสมาคมฯ และผู้มีอุปการะคุณแก่งานนิทรรศการ  ยังความปลาบปลื้มแก่กรรมการ ที่ปรึกษา และสมาชิกทุกคนของสมาคมสถาปนิกผังเมืองไทย  งาน TUDA 2015 ได้รับการตอบสนองด้วยดีจากผู้เข้าชมจำนวนมาก  ส่วนการสัมมนาได้จัดขึ้นที่ชั้น  5  ของศูนย์การค้าเดียวกัน  มีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิและผู้ประกอบธุรกิจในแม่น้ำเจ้าพระยาและในลำคลองต่างๆ  มาร่วมให้ข้อมูลและความคิดเห็นในเรื่องของแม่น้ำและลำคลองในบริบทที่เกี่ยวกับการพัฒนาเมืองและชุมชนของกรุงเทพมหานคร  ได้มีผู้สนใจเข้าฟังจำนวนมาก  งานนิทรรศการและสัมมนานี้ได้รับความกรุณาจากคุณชฎาทิพ จูตระกูล  กรรมการผู้อำนวยการใหญ่  บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด  ที่ได้ให้การสนับสนุนสมาคมฯ อย่างดียิ่ง ผมขอขอบพระคุณอย่างสูงมา ณ ที่นี้ด้วย

สำหรับเป้าหมายของสมาคมฯ ในวาระที่ผมเป็นนายกสมาคมฯ นั้น  ผมและคณะกรรมการตั้งใจจะสานงานและบทบาทของสมาคมฯ ต่อจากคณะกรรมการชุดที่แล้ว  เช่น  โครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา  ที่สมาคมฯ ได้ร่วมกับสภาสถาปนิกและภาคีสมาคมวิชาชีพสถาปัตยกรรม ฯลฯ ในการแสดงบทบาทของวิชาชีพสถาปัตยกรรมด้านต่างๆ  เพื่อผลักดันให้โครงการดังกล่าวได้รับการวางแผนและออกแบบถูกต้องตามหลักวิชาการ  เป้าหมายสำคัญอีกงานหนึ่งคือ  การผลักดันให้คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน(ก.พ.รับรองวิชาชีพสถาปัตยกรรมผังเมือง  และให้บรรจุตำแหน่งสถาปนิกผังเมืองในหน่วยงานราชการต่างๆทั่วประเทศ  โดยเฉพาะใน อบต. และ อบจ. เพื่อกำกับดูแลและส่งเสริมการพัฒนาเมืองและชุมชนให้เป็นไปในกรอบและทิศทางที่ถูกต้อง  ตามผังเมืองรวมและผังเมืองเฉพาะที่ได้รับการวางแผนและออกแบบโดยกรมโยธาธิการและผังเมืองต่อไป

งานสำคัญอีกงานหนึ่งคือ  งานนิทรรศการและสัมมนาประจำปีของสมาคมฯ  ซึ่งในปีนี้ใช้ชื่อว่า  TUDA 2016  ภายใต้หัวเรื่อง “CITY ON THE MOVE : ขับเคลื่อนเชื่อมต่อ”  จะจัดขึ้นที่เดียวกับงานปีที่แล้วคือ  ลานแฟชั่นฮอลล์  ชั้น  ศูนย์การค้าสยามพารากอน   ระหว่างวันที่ 30 สิงหาคม – 5 กันยายน 2559 ส่วนการสัมมนาจะจัดขึ้นในวันที่ 30 สิงหาคม ที่ห้องประชุมชั้น เช่นเดียวกับปีที่แล้ว  ตามด้วยการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของสมาคมฯ ในตอนเย็นของวันเดียวกัน  รายละเอียดและโปสเตอร์ของงานปรากฎอยู่ในจดหมายข่าวฉบับนี้แล้ว  ผมขอความร่วมมือและแรงสนับสนุนจากท่านสมาชิกและผู้สนใจเข้าร่วมชมงานนิทรรศการและฟังการสัมมนาของสมาคมฯ ในปีนี้ครับ

วิชัย  ตันตราธิวุฒิ

นายกสมาคมสถาปนิกผังเมืองไทย


 

สาส์นนายกสมาคมสถาปนิกผังเมืองไทย ในงานสัมมนาและประชุมประจำปี 2557

สาส์นจากนายกสมาคมสถาปนิกผังเมืองไทย
ขอเชิญร่วมเสวนา หัวข้อ "การออกแบบเมืองสำหรับทุกคน" และประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2557
วันอาทิตย์ที่ 24 สิงหาคม 2557 เวลา 10.00 – 18.00 น.
ณ ห้องออดิทอเรียม ชั้น 5 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

เรียน มวลสมาชิก สถาปนิกเพื่อนร่วมอาชีพ และท่านผู้มีเกียรติทุกท่านที่นับถือ
สมาคมสถาปนิกผังเมืองไทย ซึ่งเป็นสมาคมวิชาชีพภายใต้พระราชบัญญัติสถาปนิก พ.ศ.๒๕๔๓ โดยนอกเหนือจากหลักการของกฎหมายวิชาชีพที่จะต้องกำกับควบคุมการประกอบวิชาชีพเพื่อความปลอดภัยและเกิดประโยชน์สุขต่อสาธารณะแล้ว สมาคมฯยังมีหน้าที่สนับสนุนทางวิชาการให้ความรู้ความคิดเห็นที่เกี่ยวเนื่องกับสถาปัตยกรรมผังเมือง การออกแบบชุมชน ต่อหน่วยงานของรัฐ เอกชนและต่อสาธารณะชน เพื่อป้องกันปัญหาและเกิดประโยชน์ต่อการพัฒนา
เพื่อเสริมการดำเนินการตามวัตถุประสงค์การจัดตั้งสมาคมแล้ว คณะกรรมการบริหารชุดนี้ยังมุ่งเน้นดำเนินภารกิจหลักสองด้าน ประการแรกคือการสร้างความรับรู้ในวิชาชีพสถาปัตยกรรมผังเมืองและการออกแบบชุมชนต่อสาธารณะ ด้วยการสร้างความร่วมมือกับส่วนราชการ สถาบัน องค์กร กลุ่มวิชาชีพต่างๆที่เกี่ยวเนื่องกัน เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ด้วยการจัดกิจกรรมและผ่านการสื่อสารทั้งระบบออนไลน์และออฟไลน์
ประการที่สองคือการผลักดันบุคลากรที่มีคุณวุฒิสถาปัตยกรรมผังเมืองหรือการออกแบบชุมชน ให้ได้รับการยอมรับในคุณวุฒิและความจำเป็นในความเป็นผู้เชี่ยวเฉพาะทาง ให้มีอัตราตำแหน่งในหน่วยราชการบริษัทที่ปรึกษาออกแบบวางผังต่างๆอย่างกว้างขวางขึ้น
ทั้งหมดจะสำเร็จได้ไม่เพียงแต่ความมุ่งมั่นของคณะกรรมการสมาคมฯฝ่ายเดียว ก็หวังว่ามวลสมาชิก เพื่อนร่วมวิชาชีพ และน้องๆ นิสิตนักศึกษาสาขาสถาปัตยกรรมผังเมืองและออกแบบชุมชนจะได้ร่วมมือช่วยขับเคลื่อนผลักดัน และในโอกาสประชุมสามัญประจำปี 2557นี้นอกเหนือจากวาระการประชุมประจำปีตามปกติ ที่มวลสมาชิกจะได้มีโอกาสมาพบปะสังสรรค์ รับทราบผลการดำเนินการแลกเปลี่ยนและเสนอแนะข้อคิดเห็นในช่วงเย็นแล้ว ทางสมาคมฯ ยังได้จัดการสัมมนาทางวิชาการทั้งภาคเช้าและภาคบ่าย ให้แก่สมาชิกและผู้สนใจทั่วไป โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายอีกด้วย
สมาคมสถาปนิกผังเมืองไทย จึงใคร่ขอเรียนเชิญมวลสมาชิก นิสิตนักศึกษาและท่านที่สนใจ เข้าร่วมการสัมนาทางวิชาการ และสำหรับสมาชิกเข้าร่วมประชุมสามัญประจำปี 2557 ผนึกกำลังเพื่อบรรลุวัตถประสงค์ร่วมกันต่อไปครับ
ภราเดช พยัฆวิเชียร
นายกสมาคมสถาปนิกผังเมืองไทย

 


การบริหารจัดการพื้นที่บริเวณมักกะสัน

การจัดระเบียบของ คสช. เรื่องย้ายคิวรถตู้จากอนุสาวรีย์ชัยฯ ไปมักกะสันนั้น น่าสนใจมากในมิติการผังเมือง แม้ว่าจะมีเสียงจากการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้ดูแลพื้นที่ของรัฐผืนนี้ไม่ค่อยเห็นด้วย เพราะกำลังพิจารณาพัฒนาเชิงธุรกิจเพื่อหารายได้ แต่ทาง คสช. ก็เดินหน้าไปแล้ว

ประเด็นอยู่ที่ว่า คสช. จะใช้เป็นมาตรการเฉพาะหน้า หรือจะวางแผนบูรณาการกับการรถไฟฯ ในการพัฒนาพื้นที่ผืนนี้ให้เกิดประโยชน์ (ไม่ใช่รายได้) สูงสุด ต่อประชาชนและการรถไฟฯ

เมื่อตอนที่มีการรณรงค์เรื่องสวนรถไฟมักกะสันปีที่แล้ว ทางสมาคมสถาปนิกสยามฯ หารือเรื่องการออกข้อกำหนด (TOR) ในการพัฒนาพื้นที่นี้ว่า ควรจะทำอะไรได้แค่ไหน ผมได้แสดงข้อสังเกตไว้สรุปบางประเด็นที่เกี่ยวข้องดังนี้

การรถไฟ

  • มีหน้าที่ตาม พ.ร.บ.การรถไฟฯ ซึ่งนอกจากการเดินรถเพื่อบริการประชาชนแล้ว ก็สามารถที่จะหาประโยชน์จากอสังหาริมทรัพย์เพื่อพัฒนากิจการรถไฟได้ (ไม่ได้ดู พ.ร.บ. แต่ใช้สามัญสำนึก)
  • กิจการการรถไฟฯ ขาดทุนสะสม พยายามที่จะลดปัญหาโดยการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เป็นเรื่องที่สามารถทำได้
  • แต่การรถไฟฯ ไม่สามารถที่จะดำเนินการอะไรที่ไม่คำนึงถึงประชาชนและสังคม ด้วยการรถไฟฯ เป็นหน่วยงานของรัฐและพระราชประสงค์ที่ทรงพระราชทานกำเนิดการรถไฟก็เพื่อรับใช้ประชาชน

พื้นที่โรงงานมักกะสัน

  • เป็นพื้นที่โรงงานเดิม ปัจจุบันมีกิจกรรมลดลง ส่วนใหญ่ปล่อยเป็นที่ว่างเปล่า (มีบางจุดประชาชนเข้าใช้เล่นกีฬา) ไม่ได้เป็นที่ว่างสำหรับสังคมหรือชุมชน ในลักษณะสวนสาธารณะมาก่อน
  • มีอาคารโรงงานหลายหลังยังใช้งานได้ดี และบางหลังมีความงามและคุณค่าทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม
  • มีสถานีรถไฟฟ้าขนาดใหญ่ ประสงค์ที่จะให้เป็น Airport City Terminal

ข้อเสนอ

  • พื้นที่เป็นจุดเปลี่ยนการสัญจร (Node of Transportation) ที่สำคัญ เป็นชุมทางทางรถยนต์ ทางด่วน ถนนจตุรทิศ ทางรถไฟ และรถไฟฟ้า Airport Link ซึ่งจะต้องเสริมคุณค่านี้ให้มีประสิทธิภาพ
  • การออกแบบสถาปัตยกรรมและออกแบบชุมชน ในลักษณะการใช้ที่ผสมผสานและมีความหนาแน่นหลากหลายระดับและตอบสนองต่อประชาชนทุกระดับ (mix-use, mix-density, mix-income) กำหนดย่าน (ภายในพื้นที่ทั้งหมด) ตามศักยภาพและคุณค่าของพื้นที่ (space hierarchy) ให้เกื้อกูลกัน โดยคำนึงถึงคุณค่าที่มีอยู่เดิมในพื้นที่ เช่น อาคารเดิมและบึงมักกะสัน ให้เกิดทั้งคุณค่าและมูลค่า
  • การกำหนดการใช้สอยให้คำนึงถึงกิจกรรมที่หลากหลาย และกลุ่มผู้ใช้ทุกกลุ่มที่เป็นคนส่วนใหญ่ ( mix-income) ทั้งผู้ประกอบการและผู้ใช้ด้วย
  • ให้มีการอนุรักษ์โรงงานและมีการบูรณะฟื้นฟูรูปลักษณ์เดิม แต่ปรับประโยชน์ใช้สอยให้ทันสมัยปลอดภัย (retrofit) ให้เหมาะสมกับกิจกรรมและเกิดมูลค่า เช่น 798 Art & Design District ที่กรุงปักกิ่ง ที่ใช้พื้นที่โรงงานเดิม เป็นแหล่งศิลปะและการออกแบบที่ดังไปทั่วโลก และมีมูลค่าสูงมาก
  • กำหนดให้มีพื้นที่สาธารณะสำหรับประชาชนที่ชัดเจนอย่างมีนัยยะสำคัญ มีการใช้ที่หลากหลาย เช่น ลานศิลปวัฒนธรรม การแสดงดนตรี โรงละครหรือหอศิลปะประชาชน (โดยอาจใช้บางส่วนของโรงงานเดิม) สวนสาธาณะที่มีทั้งส่วน passive และ active (เช่น กิจกรรมกีฬาที่ใช้พื้นที่น้อย รวมถึงฟุตซอลด้วย) อาจจะเป็นลักษณะ compact high density ด้วยพื้นทีจำกัดและมีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง อย่างไรก็ตามแม้จะเป็นพื้นที่สำหรับประชาชน หลายกิจกรรมก็สามารถทำให้เกิดมูลค่าได้ เป็นต้น
  • การออกแบบทางสถาปัตยกรรมและออกแบบชุมชน ให้คำนึงถึงบริบทที่ต่อเนื่องด้วย แม้ว่าบางส่วนจะเลยพื้นที่การรถไฟฯ เช่น การเชื่อมโยงกับพื้นที่การทางพิเศษฯ พื้นที่ กทม. เป็นต้น เพื่อเป็นแนวในการประสานงานกับหน่วยงานนั้นๆ และเสนอรัฐบาลกำหนดเป็นนโยบายรัฐบาล

ที่กล่าวมาทั้งหมดข้างต้นนี้ อาจจะถือได้ว่าเป็นเพียงข้อสังเกต เพื่อให้ผู้รับผิดชอบและมีอำนาจได้พิจารณาประกอบ ในอันที่จะเป็นการปฏิรูปการรถไฟฯ อีกทางหนึ่งก็ได้ครับ

ภราเดช พยัฆวิเชียร
นายกสมาคมสถาปนิกผังเมืองไทย